“ลูกคนนั้น” – คำพูดคุ้นเคยทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องลูกๆ หลานๆ พ่อแม่ต่างมีความคิด ความหวังมากมาย อยากให้ลูกของตนเองมีสุขภาพแข็งแรง ฉลาด และน่ารักสดใส เพราะช่วงวัยเด็กคือรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของลูก แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกกำลังเติบโตไปตามครรลองที่ถูกต้อง? แผนภูมิการเติบโตของเด็กปฐมวัยคือ “เข็มทิศ” ที่ช่วยให้พ่อแม่ติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด
แผนภูมิการเติบโตของเด็กปฐมวัยปี 2017: มุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการพัฒนาของลูก
แผนภูมิการเติบโตของเด็กปฐมวัยปี 2017 เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ ช่วยให้พ่อแม่ติดตามส่วนสูง น้ำหนัก และเส้นรอบศีรษะของลูกเมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานของเด็กวัยเดียวกัน
ทำไมต้องติดตามแผนภูมิการเติบโตของเด็กปฐมวัย?
คุณอาจยังไม่รู้ว่า การเติบโตของเด็กปฐมวัยไม่ได้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอเสมอไป เด็กบางคนเติบโตเร็วกว่า ในขณะที่เด็กบางคนเติบโตช้ากว่า การติดตามแผนภูมิการเติบโตช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติในการพัฒนาของลูกได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้มีมาตรการแทรกแซงได้ทันท่วงที
ศาสตราจารย์ Nguyen Van A ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็กชั้นนำ เคยกล่าวไว้ว่า: “แผนภูมิการเติบโตเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้พ่อแม่เข้าใจสถานะสุขภาพของลูก ช่วยตรวจพบความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะมีแนวทางการรักษาและการดูแลที่เหมาะสม“
วิธีใช้แผนภูมิการเติบโตของเด็กปฐมวัยปี 2017
การใช้แผนภูมิการเติบโตนั้นง่ายมาก บนแผนภูมิมีข้อมูลจำเพาะเกี่ยวกับส่วนสูง น้ำหนัก และเส้นรอบศีรษะของเด็กตามอายุ พ่อแม่เพียงแค่นำข้อมูลของลูกมาเปรียบเทียบกับแผนภูมิ ก็จะทราบได้ว่าลูกของตนเองกำลังพัฒนาอยู่ในระดับใด
ตัวอย่าง: ลูกของคุณอายุ 2 ขวบ หนัก 12 กก. และสูง 85 ซม. เมื่อเปรียบเทียบกับแผนภูมิการเติบโต คุณจะพบว่าลูกของคุณกำลังพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง
เหตุผลที่เด็กปฐมวัยไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานแผนภูมิการเติบโต
มีหลายสาเหตุที่ทำให้เด็กไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานแผนภูมิการเติบโต ต่อไปนี้เป็นสาเหตุทั่วไปบางประการ:
- โภชนาการที่ไม่เหมาะสม: การขาดสารอาหาร การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์ การเบื่ออาหาร… เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กพัฒนาการช้า
- ความเจ็บป่วย: โรคบางชนิด เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด… ก็อาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้
- ปัจจัยทางพันธุกรรม: ส่วนสูงและน้ำหนักของเด็กขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ด้วย
- สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย: สภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ อากาศที่เป็นพิษ การขาดแสงแดด… ก็อาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้
ข้อควรจำ: ไม่ควรกังวลมากเกินไปเมื่อลูกของคุณไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานแผนภูมิการเติบโต ควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและการรักษาที่ทันท่วงที
ต้องทำอย่างไรเมื่อลูกไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานแผนภูมิการเติบโต?
อาจารย์ Nguyen Van B ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก แบ่งปันว่า: “พ่อแม่ต้องใจเย็น ไม่ควรกังวลมากเกินไป ควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและการรักษาที่ทันท่วงที“
เคล็ดลับช่วยให้ลูกพัฒนาการรอบด้าน
- โภชนาการตามหลักวิทยาศาสตร์: ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน หลากหลายชนิด จำกัดอาหารขยะ เครื่องดื่มอัดลม น้ำหวาน
- กิจวัตรประจำวันที่เหมาะสม: ให้เด็กนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำกิจกรรมทางกายภาพเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการนอนดึก
- สร้างสภาพแวดล้อมการเล่นและการเรียนรู้ที่ดี: สภาพแวดล้อมรอบตัวลูกต้องปลอดภัย สะอาด โปร่งสบาย สร้างเงื่อนไขให้ลูกได้เล่น เรียนรู้ และพัฒนาการรอบด้าน
- จิตใจเชิงบวก: พ่อแม่ต้องสร้างสภาพจิตใจที่ร่าเริง สบายใจ ให้ลูก หลีกเลี่ยงความกดดัน ความเครียด
ประสบการณ์จากผู้ปกครอง
คุณ Nguyen Thi C แม่ของน้อง Minh Anh (3 ขวบ) แบ่งปันว่า: “ฉันให้ความสำคัญกับโภชนาการของลูกมาก นอกจากการให้ลูกทานอาหารครบมื้อแล้ว ฉันยังให้ลูกดื่มนมเพิ่ม เสริมวิตามินและแร่ธาตุ ผลลัพธ์คือลูกของฉันเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานแผนภูมิการเติบโตเสมอ“
คุณ Tran Van D พ่อของน้อง Bao (4 ขวบ) แบ่งปันว่า: “ฉันพาลูกไปเล่นกีฬา เข้าร่วมกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ สิ่งนี้ช่วยให้ลูกของฉันมีสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง และพัฒนาการรอบด้าน“
บทสรุป
แผนภูมิการเติบโตของเด็กปฐมวัยปี 2017 เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ ช่วยให้พ่อแม่ติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ควรทราบว่านี่เป็นเพียงเครื่องมืออ้างอิงเท่านั้น ควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์ตามกำหนดเพื่อขอคำปรึกษาและการรักษาที่ทันท่วงทีหากจำเป็น
โปรดสละเวลาให้กับลูก ดูแลลูกด้วยความรักทั้งหมด ลูกจะเติบโต แข็งแรง และมีความสุข!
คุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแผนภูมิการเติบโตของเด็กปฐมวัยปี 2017 หรือไม่? โปรดแสดงความคิดเห็นด้านล่างเพื่อรับคำตอบ!